#29 : 12 ไอเดียให้ของขวัญที่ลูกของเราจะไม่มีวันลืม

0
3722
views
#29 : 12 ไอเดียให้ของขวัญที่ลูกของเราจะไม่มีวันลืม

แชร์สิ่งดีๆ ไว้เรียนรู้ต่อ

ฟังบทความพูดได้ ที่นี่ค่ะ


อ่านบทความ #29 : 12 ไอเดียให้ของขวัญที่ลูกของเราจะไม่มีวันลืม

“You give but little when you give of your possessions. It is when you give of yourself that you truly give.” 

[ Kahlil Gibran นักปรัชญา นักเขียน นักกวีเลื่องชื่อ ชาวเลบานีส-อเมริกัน ]

“เมื่อให้สิ่งของ เราได้ให้แค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น

เมื่อให้คุณค่าในตัวออกไป นั่นจึงจะเป็นการให้มีคุณค่าอย่างแท้จริง”


เทศกาลปีใหม่เวียนกลับมาถึงอีกครั้งแล้วค่ะ  

เรากำลังจะต้อนรับปีพ.ศ.ใหม่ ทศวรรษใหม่ วันใหม่ ความรู้สึกใหม่ๆ 

ปีต่อไปเรากำลังจะมีอายุเพิ่มขึ้น ดูแลลูกที่โตขึ้น และเตรียมตัวขยับชั้นเรียนเพิ่มขึ้นไปอีกปี 

​

เราทุกคนมีเทศกาลต่างๆ มากมายในชีวิต 

ทั้งเทศกาลทางเชื้อชาติ 

เทศกาลสำคัญของครอบครัว 

เทศกาลสำคัญทางศาสนา 

ความทรงจำดีๆ มากมายเกิดขึ้นระหว่างเทศกาลเหล่านั้น

เมื่อตอนเด็กๆ ก็คงตื่นเต้นว่าจะได้ของขวัญอะไรบ้าง

​

พอมาถึงตอนนี้ ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ เอวาคิดเสมอว่า... นอกจากเลี้ยงดูร่างกายและหัวใจลูกอย่างดีแล้ว

เราควรจะให้อะไรเค้าอีกบ้าง?

อะไร คือ ของขวัญที่มีความหมาย

ของขวัญสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น

ของขวัญที่เค้าจะจดจำได้แบบไร้กาลเวลา จากวันนี้และตลอดไป 

​

12 ไอเดียให้ของขวัญที่ลูกของเราจะไม่มีวันลืม 

​

1. เวลา

เวลา คือ ของขวัญที่ดีที่สุดที่พ่อแม่สามารถให้ลูกได้

Brain Tracy นักปราชญ์ความสำเร็จระดับโลกเคยสอนไว้ว่า “When Children spell LOVE, They spell as a T-I-M-E. Love is Time.”


เพราะลูกรับรู้คำว่ารักจากปริมาณเวลาที่พ่อแม่มอบให้

เวลา คือ ของมีค่าที่ย้อนกลับมาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อให้เวลาไปแล้ว เปรียบเสมือนเราได้ให้ชีวิตของเราไปด้วย 

​

เวลาของลูกจะผ่านไปทุกวันอย่างรวดเร็ว

เวลาของพ่อแม่ที่จะได้ใกล้ชิดลูกก็จะผ่านไปทุกวันอย่างรวดเร็ว

ในช่วง 10 ปีแรกลูกต้องการเวลาจากเราเยอะมากๆ ค่ะ 

และเราก็ต้องให้เวลาลูกมากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อสร้างความทรงจำที่ดีตลอดไป

​

2. ความภูมิใจตัวเอง

คนที่รู้คุณค่าของตัวเอง มีแนวโน้มเป็นคนมั่นใจ รักตัวเอง เพราะรู้ว่าตัวเองมีค่า ความรู้สึกเหล่านี้ส่งผลให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มุ่งมั่น ตั้งใจ ทำสิ่งใดก็ทำได้อย่างลุล่วง 

​

พ่อแม่ คือ คนสำคัญที่ทำให้ลูกรับรู้ได้ถึงคุณค่านี้ 

ทำได้ด้วยการบอกรัก หอม กอด สัมผัส

บอกให้ลูกรู้เสมอว่าเค้าเป็นคนที่งดงามทั้งภายนอกและภายใน 

เป็นคนที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ 

​

แค่คำไม่กี่คำ สามารถช่วยยกระดับความภาคภูมิใจในตัวเองให้ลูกได้

เริ่มต้นทำวันนี้และทำอย่างสม่ำเสมอนะคะ

​

3. เป้าหมายในชีวิต

ให้กำลังใจลูกให้กล้าฝันใหญ่ๆ 

สอนให้รู้ว่าเค้าสามารถทำอะไรก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ ทุกอย่างที่ใจต้องการในทางที่ดี 

ไม่มีใคร หรือ อะไรสามารถมาจำกัดชีวิตเราได้ ยกเว้นแค่เราจำกัดชีวิตของตัวเอง

​

ความสำเร็จยิ่งใหญ่ ย่อมมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจที่ยิ่งใหญ่

สิ่งนี้แหละที่จะช่วยให้ลูกของเรากล้าตั้งเป้าหมายให้ไกลกว่าความเป็นจริง

​

4. แรงบันดาลใจ

วาจาที่เปล่งออกมาจากปากทรงพลังอย่างมาก

​

คำพูด ใช้เป็นยาพิษเพื่อทำลายก็ได้ 

คำพูด ใช้เป็นน้ำอมฤตเพื่อสร้างกำลังใจก็ได้

​

คำง่ายๆ ที่เราเลือกใช้พูดต่อกัน สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้สึกดีๆ กับลูกได้ 

หรือในทางตรงกันข้าม คำพูดบั่นทอน สบประมาท หยาบคาย ก็สามารถผลักให้เค้าออกห่างและกลายเป็นคนสิ้นหวังได้

คำพูดคือสิ่งสำคัญที่เราต้องเลือกอย่างระวังและตั้งใจ

​

5. ความอยากรู้อยากเห็น

เด็กเกิดมาแบบผ้าขาวที่ไม่มีประสบการณ์อะไรในชีวิตเลย

ไม่ว่าอะไรที่พบ เจอ สัมผัส รู้สึก ได้กลิ่น ได้รับรส เค้าก็ตื่นเต้นและสงสัยทั้งนั้น 

​

อย่าเบื่อ อย่าเหนื่อยที่จะตอบคำถามเจ้าหนูจำไมคนนี้ ด้วยคำพูดที่ว่า “หยุดถามซักทีเถอะน่า!!” คำไม่กี่คำนี้จะตรงเข้าไปทำลายสัญชาตญาณการอยากรู้อยากเห็นทันที

​

6. ซื่อสัตย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง (Integrity)

เอวาชอบคำว่า Integrity คำนี้มากๆ และสอนลูกให้เข้าใจเสมอเมื่อเจอกับสถานการณ์ต่างๆ 

​

เด็กที่มีความซื่อสัตย์ มีโอกาสสูงมากที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ซื่อสัตย์ และนำพาคนดีๆ เรื่องดีๆ โอกาสดีๆ  เข้ามาในชีวิตได้ 

​

7. จินตนาการ

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เคยสอนไว้ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”

​

ยุคสมัยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมากๆ 

แค่ไม่กี่สิบปีตั้งแต่มีอินเตอร์เน็ตเข้ามา โลกก็เปลี่ยนเร็วและเปลี่ยนแรงขนาดนี้แล้ว 

​

โลกในอนาคตที่ลูกเรายังต้องอยู่อาศัยนั้น อาจจะไม่เหมือนกับปัจจุบันนี้แล้วก็ได้ 

คนที่จะอยู่รอดไม่ใช่คนรู้มากกว่า หรือ ท่องจำเก่งกว่า แต่คือคนที่มีจิตแห่งการสร้างสรรค์ เป็นนักประดิษฐ์ และนักคิด นักลงมือทำ

​

8. นิสัยรักการเรียนรู้

ความหลงใหลใคร่รู้ อยากรู้มากขึ้นในเรื่องที่สนใจ เริ่มต้นได้จากที่บ้าน 

​

อ่านนิทาน อ่านหนังสือให้ลูกฟัง 

ชวนลูกอ่านหนังสือ 

อ่านหนังสือให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง 

​

และตักของพ่อแม่นี่แหละ คือ สถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับอ่านหนังสือ เล่าเรื่องราวสู่กันฟัง พูดคุยกัน

 

9. ความภักดีต่อคู่ของเรา

หนึ่งในของขวัญที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้ลูกได้ คือ รักพ่อ และ รักแม่ของเค้า

​

ลูกเข้าใจว่ารักแท้มีอยู่จริงๆ จากการสิ่งที่เห็นทุกวัน คือ จากพ่อแม่ของเค้านั่นเอง

​

10. โอกาส

เด็กต้องได้รับโอกาสเพื่อเปิดโลกทัศน์ เพื่อรู้จัก และได้รับประสบการณ์จากสิ่งใหม่ๆ 

และจากการที่เค้าได้เห็น ได้ลอง ได้ทำ ด้วยความสนุกนั่นแหละ จะนำมาซึ่งสิ่งที่เค้ารักและถนัดที่ทำในอนาคต 

​

และถ้าเค้าลองทำแล้วไม่สำเร็จไปบ้าง 

ก็ไม่เห็นเป็นไรค่ะ 

ก่อนเด็กจะเดินได้ เค้าจะต้องล้มแล้วลุกไม่รู้กี่ครั้ง 

​

ถ้านี่จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เค้าต้องล้มแล้วก็ลุก

ก็ให้เค้าทำไป

​

เด็กยังไม่ท้อแท้เลย

พ่อแม่อย่างเราจะท้อไปทำไมล่ะคะ 

​

11. ความสุข

ความสุข คือ ทางเลือกในการดำเนินชีวิต

ความสุข ไม่ต้องใช้เงินเพื่อสร้างมันขึ้นมา

​

และทุกคนมีความสุขอยู่กับตัวอยู่แล้ว แค่มองหาก็จะมองเห็น แค่รู้สึกก็ได้รับทันทีค่ะ 

​

12. Your Kids Can Have It ALL

หนังสือเล่มนี้ เอวาเขียนขึ้น จากความรัก จากความมุ่งมั่นตั้งใจ จากความเป็นแม่ เพื่อเป็นคู่มือสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกมีหัวใจแห่งความสำเร็จ

​

เอวาเชื่อมั่นเสมอ ว่า เด็กทุกคนทำได้ทุกอย่าง เป็นได้ทุกอย่าง ตามที่ใจปรารถนาในทางที่ดี 

ลูกเปล่งประกายดั่งเพชรน้ำงามได้

เริ่มต้นด้วยความรัก ด้วยคำพูดดีๆ และกำลังใจ จากพ่อแม่ค่ะ 

​

มาร่วมกันสร้างโลกนี้ให้ดีขึ้น ด้วยการสร้างคนดี คนเก่ง มีความสุข สุขภาพแข็งแรงเป็นคลื่นลูกต่อไปนะคะ

ดูรายละเอียดหนังสือ คลิกที่นี่ค่ะ >> www.yourkidscanhaveitall.com


สุดท้ายนี้ ยังมีของขวัญอีกชิ้นหนึ่ง ที่มอบไว้ให้อยู่ในใจลูกเสมอ นั่นคือ บ้านที่แสนอบอุ่น หลังนี้

บ้านที่ลูกรู้ว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้ว 

ไม่ว่าจะเจอเรื่องราวหนักๆ มาแค่ไหน 

จะได้รับพลังความรักจากคนสองคนที่ เค้ารัก และ รักเค้า ที่สุดเสมอไป

สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกมีหัวใจแห่งความสำเร็จ​

รัก

เอวา จิตสุทธิภากร

Mompreneur

Previous article#28 : เคล็ดลับการใช้คำพูดเพื่อสร้างลูกให้เป็นเลิศ
เอวา จิตสุทธิภากร เป็นคุณแม่ของลูกสามคน เริ่มต้นเป็น Mompreneur ตั้งแต่ปลายปี 2015 รักการทำธุรกิจ และชอบเรียนความรู้ด้านพัฒนาตัวเอง รักทุกสถานะที่กำลังทำอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รักการสอน Mompreneur ด้วยกัน ให้สามารถสร้างรายได้จากงานที่รักไปพร้อมๆ กับเลี้ยงลูกได้ค่ะ